หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว

“หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้นะ” “ไม่เก่งเลยร้องไห้แบบนี้”“ไปร้องไห้ในห้องให้พอ หยุดร้องแล้วค่อยออกมาคุยกับแม่”“เป็นเด็กขี้แยไปได้ เรื่องแค่นี้เขาไม่ร้องไห้กันหรอก”“เด็กผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอก !” หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว … เพราะแค่ #สิทธิในการร้องไห้ ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ … ฤาพ่อแม่ต้องการสร้างเด็กที่ต้อง “เก็บกดอารมณ์ความรู้สึก” ไม่ให้แสดงออกและระบายออกมา โดยหลายคนเชื่อว่า “น้ำตา คือ ความอ่อนแอ” เราต้องเติบโตมาอย่างเข้มแข็ง กล้าแกร่ง ไม่ร้องไห้ให้ใครเห็น … โดยเฉพาะเด็กผู้ชายที่เราอาจได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยครั้งกว่า ผู้ใหญ่หลายคนจึงเติบโตมาเป็น คนที่แสดงออกอย่างคนเข้มแข็ง แต่ภายในนั้่นแสนจะเปราะบาง … บางคนเติบโตมาแบบร้องไห้ไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ (มีจริง ๆ นะ) มนุษย์เป็นสัตว์เพียงชนิดเดียวที่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกด้วย “หยดน้ำตา” (Emotional Tear) … เมื่อเราเศร้า เสียใจ อ้างว้าง ปีติตื้นตันหรือดีใจมาก ๆ จนถึงจุดที่เราสูญเสียการควบคุม มนุษย์อย่างเราจึงร้องไห้ออกมา … น้ำตาจึงเป็นมากกว่าสารคัดหลั่งมาต่อมน้ำตาหลั่งออกมาเพื่อหล่อลื่นดวงตาหรือเมื่อมีสิ่งระคายเคืองตา … “ถ้ารู้สึก เราก็แค่ร้องไห้ออกมา”ง่าย ๆ แบบนั้น … อาจเพราะประโยคที่เราอาจจะเคยได้ยินและอาจเคยได้ฟังยามที่เราเสียใจในวัยเด็กอย่าง “ไม่เก่งเลยContinue reading “หลากหลายคำพูดและการกระทำเพื่อจัดการกับ “การร้องไห้” ของลูกที่อาจทำร้ายลูกอย่างไม่รู้ตัว”

ทำไมยังไม่มีวัคซีน Covid-19 สำหรับเด็ก

หลังจากบริษัทผลิตวัคซีนต่าง ๆ ได้รายงานถึงผลข้างเคียงที่พบได้ยากในผู้ใหญ่และวัยรุ่น ทางองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA จึงได้ขอให้บริษัทผลิตวัคซีนขยายการทดลองทางคลินิกวิทยาในเด็กอายุ 5 ถึง 11 ปี.เนื่องจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าไม่ใช่สิ่งที่เรารอได้ มันได้แพร่กระจายทั้วสหรัฐอเมริกาอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองหลายล้านคนทั่วสหรัฐฯ จึงไม่มั่นใจที่จะส่งบุตรหลานของตนไปโรงเรียน.ปัจจุบัน สหรัฐฯ มีผู้ป่วยรายใหม่ที่เป็นเด็กกว่า 93,824 คน ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ การรักษาในโรงพยาบาลของเด็ก ๆ ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน การติดเชื้อเพิ่มขึ้นในกลุ่มประชากรที่ไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งรวมถึงเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีทุกคนที่ยังไม่มีสิทธิ์ได้รับวัคซีนด้วย นั่นทำให้พ่อแม่หลายคนตั้งคำถามว่าต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรจึงจะมีวัคซีนสำหรับเด็ก.ในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การพัฒนาวัคซีนสักชนิดสำหรับเด็กเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ซึ่งต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัย และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเด็กดังนั้น FDA คาดว่าจะยังไม่มีวัคซีนสำหรับเด็กไปจนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน.ความท้าทายในการทดสอบวัคซีนในเด็ก แม้วัคซีนโควิด-19 สำหรับผู้ใหญ่จะมีหลายประเภท แต่สำหรับเด็ก ๆ แล้ว พวกเขาไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ พวกเขาจึงมีระบบภูมิกันที่ทำงานต่างไปจากผู้ใหญ่ ทำให้อาจมีการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่แตกต่างไป และอาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พบในผู้ใหญ่.“พวกเขาอาจตอบสนองดีขึ้นหรือแย่ลง” เจมส์ แคมป์เบลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์ ศูนย์การพัฒนาวัคซีนและสุขภาพระดับโลก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ กล่าวกับเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา “คุณไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จนกว่าจะทำการศึกษาวัคซีนสำหรับเด็กอย่างรอบคอบ”.ปกติแล้วการทดสอบยาหรือวัคซีนจะเริ่มศึกษาในผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพแข็งแรงก่อน และขยายไปยังกลุ่มประชากรที่มีความเสี่ยงสูงต่อไป เช่นContinue reading “ทำไมยังไม่มีวัคซีน Covid-19 สำหรับเด็ก”

รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก

รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก การกระทบกระทังกันของพ่อแม่ ไม่เพียงแต่สร้างรอยร้าวในใจของพ่อแม่เองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อลูกโดยตรงอีกด้วย การที่พ่อแม่ทะเลาะกันรวมไปถึงการใช้ความรุนแรงบ่อยๆ จะส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของตัวเด็ก เด็กจะซึบซับพฤติกรรมไม่ดีเหล่านั้นที่จะส้งผลกระทบร้ายแรงต่อตัวเด็กในอนาคตอีกด้วย เป็นเด็กก้าวร้าว เด็กสามารถซึมซับสิ่งต่างๆ ได้ง่าย การที่เห็นพ่อแม่ทะเลาะกันมากๆ ก็จะทำให้เด็ซึมซับนิสัยก้าวร้าว ชอบใช้กำลัง ชอบรังแกคนอื่น ขาดความมั่นคงในจิตใจ การที่เด็กเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ ส่งผลให้เด้กรู้สึกไม่สบายใจตลอดเวลา เกิดความสับสนกังวล ในระยะยาวจะทำให้เด็กนั้นเติบโตขึ้นมาเป็นที่ไม่มั่นใจในตัวเอง กลายเป็นคนโทษตัวเอง เด็กหลายคนจะคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อแม่ทะเลาะกัน ทุกอย่างเป็นความผิดของตัวเองและมักคิดว่าตนเองนั้นไม่ดีพอ เข้าสังคมไม่เป็น เด็กบางคนกลายเป็นคนที่กลัวการเข้าสังคม เพราะความรู้สึกโดดเดี่ยว ขาดความอบอุ่น จากการที่ครอบครัวนั้นมีปัญหา แก้ปัญหาไม่เป็น เพราะเห็นพ่อแม่ใช้อารมณ์ใส่กัน เด็กจึงไม่ได้รับการเรียนรู้เรื่องการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ทำให้เมื่อโตขึ้นจะกลายเป็นคนแก้ปัญหาไม่เป็นในที่สุด เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกัน พ่อแม่ควรปฏิบัติตัวอย่างไร พูดคุยด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์ แยกกันสงบสติอารมณ์ แยกไปคุยกันส่วนตัวห้องอีห้องหนึ่ง ส่งข้อความ หรือพิมพ์คุยกัน อย่าลืม ปลอบใจลูก หากเผลอทะเลาะกันต่อหน้าลูกไปแล้ว เคล็ดลับรักษาความสัมพันธ์ในครอบครัว เข้าอกเข้าใจกัน แสดงความรัก แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ ให้เกียรติซึ่งกันและกัน อ้างอิง Developmental Science Family CourtContinue reading “รู้ทัน ผลกระทบทางจิตใจของเด็ก เมื่อพ่อแม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก”

อย่าให้การเรียนแบบยัดเนื้อหาอัดเต็มไปหมดแม้จะเป็นonline ขโมยธรรมชาติพัฒนาการของเด็กและยังขโมยเวลาแห่งครอบครัว

อย่าให้การเรียนแบบยัดเนื้อหาอัดเต็มไปหมดแม้จะเป็นonline #ขโมยธรรมชาติพัฒนาการของเด็กและยังขโมยเวลาแห่งครอบครัวโดย รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ทำไมเราไม่ทำโรงเรียนให้กลายเป็น Center for Home School เพื่อ support ทุกครอบครัว ทุกรูปแบบ เพื่อให้เป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ ที่สามารถเกิดอาชีพใหม่ๆ ในสถานการณ์นี้ ผู้ใหญ่ก็ได้ปย. เด็กก็สนุก ทลายแนวคิดเดิมๆเถอะครับ ต้นสังกัด #เลิกสั่งการแต่ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง !!! ถ้ายิ่งกระจายอำนาจลงท้องถิ่นได้ยิ่งดี อย่าหวงไว้ที่ส่วนกลาง #ทลายกฎกรอบที่หยุมหยิมในยามนี้ เพราะ #โปรดตระหนักด้วยว่าตอนนี้ทุกคนเครียดได้ง่ายมากในสถานการณ์เช่นนี้ (COVID19) “ต้นสังกัดมีหน้าที่ปลด lock ความตึงและกฎกรอบของ ตัวเองที่แข็งกระด้างมากและยาวนานอย่าให้การเรียนรู้ เป็นการเรียนรู้บนความทุกข์และความตึงเครียด เพราะไม่ว่าผู้สอน ผู้เรียน หรือแม้พ่อแม่เครียด การเรียนรู้นั้นจะเปล่าประโยชน์ อยากที่จะเกิดศรัทธา และ ใจรักที่จะเรียนรู้ได้เลย อีกอย่าง มนุษย์ไม่ใช่หุ่นยนต์เดินได้ อย่าเข้าใจผิดนะครับ #เหลือเวลาให้อยู่ในครอบครัว #อยู่กับตัวเองที่ได้ฝึกสติสมาธิฝึกความเป็นคนที่มีความเอื้ออาทรมากกว่าสนใจแต่เกรดและวิชาการ “(สุริยเดว 2564) Cr#บันทึกหมอเดว 12/8/64

ผลร้ายจากการเป็นคุณแม่ที่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป

▶︎ 5 ผลร้ายจากการเป็นคุณแม่ที่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป คุณพ่อคุณแม่เคยคิดว่าตัวเองกำลังเป็นพ่อแม่ที่จู้จี้จุกจิกกับลูกมากเกินไปไหมคะ หรือเคยสังเกตไหมว่า เวลาบอกหรือคอยเตือนให้ลูกทำอะไรแต่ละครั้ง เจ้าตัวเล็กของเรามีท่าทีตอบรับกลับมาแบบไหน ถ้าเคยเห็นลูกทำหน้าบึ้งตึงหรือถอนใจด้วยความเหนื่อยหน่ายเวลาที่คุณพ่อคุณแม่บอกให้ทำอะไรแล้วละก็… เป็นไปได้ว่าลูกกำลังรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่กำลังจู้จี้จุกจิกกับเขามากเกินไปแล้วล่ะค่ะ ความจู้จี้ของคุณพ่อคุณแม่จะมีผลกับลูกเมื่อลูกเติบโตถึงช่วงวัยที่เริ่มอยากเรียนรู้ คิด และตัดสินใจอะไรด้วยตัวเอง การที่คุณพ่อคุณแม่คอยบอกคอยเตือนให้ลูกทำทุกอย่างตามใจตัวเองมากเกินไป อาจจะไปขัดขวางพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูก และอาจส่งผลต่อพฤติกรรมของลูกได้จู้จี้ขี้บ่นทุกเรื่อง อาจกลายเป็นการสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ดีแทนได้ ทำให้ลูกไม่ฟัง.ถ้าคุณพ่อคุณแม่เอาความจู้จี้จุกจิกมาใช้กับลูกมากเกินไป ผลเสียที่จะตามมาก็คือลูกจะรู้สึกรำคาญ ไม่สนใจ และไม่ให้ความสำคัญกับคำพูดหรือการตักเตือนของคุณพ่อคุณแม่ และยังกลายเป็นการไม่อยากนำปัญหามาปรึกษาหรือบอกเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟัง เพราะไม่ต้องการให้คุณพ่อคุณแม่บ่นหรือจู้จี้มากเกินไปอีกด้วย. ทำให้ลูกไม่มีความมั่นใจในตนเอง.ลูกที่มีคุณพ่อคุณแม่คอยจู้จี้จุกจิกมากเกินไป จะส่งผลให้กลายเป็นเด็กขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง ไม่กล้าริเริ่มทำอะไรใหม่ๆ หวาดกลัว ขี้กังวล และไม่สามารถตัดสินใจอะไรด้วยตัวเองได้ เพราะไม่มั่นใจว่าความคิดหรือการตัดสินใจของตัวเองจะถูกต้อง และยังกลัวว่าจะต้องโดนคุณพ่อคุณแม่คอยจู้จี้ต่อไปอีกด้วย. ทำให้ลูกมีพฤติกรรมต่อต้านมากขึ้น.เมื่อถึงวัยหนึ่งลูกอาจจะเริ่มมีความคิดและพฤติกรรมต่อต้านบ้างเป็นปกติ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าการคอยบอกคอยเตือนบ่อยๆ จะทำให้ลูกเข้าใจและเชื่อฟังมากขึ้น แต่ความจริงแล้ว หากคุณพ่อคุณแม่จู้จี้จุกจิกกับลูกมากเกินไป นอกจากจะไม่ทำให้ลูกเชื่อฟังแล้ว ยังทำให้ลูกรู้สึกอึดอัด เก็บกด และอาจทำให้ความไม่พอใจของลูกปะทุขึ้นมา กลายเป็นพฤติกรรมต่อต้านคุณพ่อคุณแม่ได้. ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก.เมื่อทำอะไรก็ไม่เป็นที่พอใจไปเสียทุกอย่าง เป็นไปได้ว่าลูกจะเริ่มมีความรู้สึกไม่อยากใช้เวลาร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะอยู่แล้วอึดอัดและไม่เป็นตัวของตัวเองซึ่งความรู้สึกนี้ กลายเป็นชนวนที่ทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวและอาจส่งผลไปถึงอนาคตได้. ลูกเลียนแบบพฤติกรรม.โดยทั่วไปแล้วหากพ่อแม่มีพฤติกรรมอย่างไร ลูกย่อมมีโอกาสที่จะเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านั้นดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่มีนิสัยจู้จี้จุกจิกให้ลูกเห็นบ่อยครั้ง ถึงแม่ลูกจะไม่ชอบพฤติกรรมนั้น แต่ก็มีแนวโน้มที่ลูกจะซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้นและนำไปใช้กับคนอื่นต่อไป ซึ่งอาจทำให้มีผลกระทบต่อการเข้าสังคม หรือโต้ตอบพ่อแม่ในลักษณะเดียวกัน รวมถึงการมีความเข้าอกเข้าใจคนอื่นน้อยลงอีกด้วย อ้างอิงhttps://afineparent.com/positive-parenting-faq/how-to-stop-nagging.htmlhttps://www.parentmap.com/article/nagging-parenting-advice-sarina-behar-natkin shortbrief

คำสอน หลวงปู่มั่น

คำสอน หลวงปู่มั่น 1.) “เมื่อใดที่โมโห” ลองนั่งนิ่งๆ ทบทวนดูว่า… เวลาที่เหลืออยู่ในชีวิตนี้มีอยู่อีกสักกี่วัน ทำไมต้องไปเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง….. 2.) “ไม่มีใครถูก ไม่มีใครผิด” ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นหากลองดูดีๆ จะพบว่า มีแต่ ถูกใจ หรือ ไม่ถูกใจ 3.) “เมื่อใดที่กลัดกลุ้มใจ” ลองสูดลมหายใจลึกๆ แล้วคิดดูว่า… ทุกวินาทีที่ผ่านไป กำลังบอกเราว่า… ” เวลาของเราน้อยลงไปอีก 1 วินาทีแล้ว “ 4.) “การได้พบหน้ากันในวันนี้” หมายความว่า หมดโอกาสได้เจอกันไปอีกครั้งหนึ่งแล้วแล้ว… ” เราจะมัวมาทะเลาะกัน ในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องไปทำไม…? “ … 5.) “เมื่อใดที่ถูกเอาเปรียบ” ลองปล่อยวางดูบ้าง พูดมากจะเสียมิตร 6.) “เรื่องหลายๆ เรื่องที่ผ่านเข้ามา” มันก็แค่กระทบเรา ชั่วครู่ ชั่วคราว เดี๋ยวเดียวก็ผ่านไป 7.) “เมื่อใดที่ใครบางคนทำให้เราเสียใจ” ลองปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น ทบทวนดูสิว่า ชีวิตนี้… ไม่มีใครอยู่ยงคงกระพัน 8.)Continue reading “คำสอน หลวงปู่มั่น”

‘เมื่อลูกเรียนออนไลน์..แม่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง’

‘เมื่อลูกเรียนออนไลน์..แม่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง’..เมื่อเราทั้ง4ชีวิตต้องเรียน/ทำงานอยู่ด้วยกันในบ้านตลอด24ชม. ทั้งปุ้มและบอลได้เห็นวิธีการเรียนออนไลน์ของลูกชายทั้งสอง ในสถานการณ์เดียวกัน แต่เราสองคนกลับมองในมุมที่ต่างกัน… ปุ้ม : ป๊าดูดิ่ จอมทัพไม่มานั่งเรียนที่โต๊ะให้ดีๆ..ไปนั่งเลื้อยเรียนอยู่บนโซฟา..เฮ้อ!บอล : จะเรียนตรงไหน ถ้าเข้าใจก็โอเคป่ะ ปุ้ม : ป๊าดูดิพรุ่งนี้เช้าต้องส่งงานแล้ว แต่จอมทัพบอกจะทำเย็นนี้ ทำไมไม่รู้จักเตรียมล่วงหน้าบอล : แต่ก็ยังส่งตรงเวลานะ ปุ้ม : ป๊าดูดิเพื่อนๆแย่งกันตอบคำถามครู ทำไมลูกเราไม่ยกมือตอบบ้างบอล : ไม่เป็นไรม๊างง ก็เห็นพอครูเรียกถามรายตัว จอมก็ตอบได้หนิ ปุ้ม : ป๊าดูดิขุนพลเขียนคำตอบในใบงานสั้นมากเลยทำไมไม่เขียนอธิบายยาวๆบอล : แต่เวลาเค้าพูดอธิบายครูก็ชัดเจนเข้าใจดีนะ ปุ้ม : ป๊าดูดิ่ เด็กเล่นเกมส์อีกละบอล : เล่นบ้างก็ด้ายยย ทำงานเสร็จหมดแล้วไม่ใช่เหรอ…บอล : ปล่อยวางบ้างม๊า บางอย่างลูกเราอาจจะทำไม่ถูกใจเรา แต่ลูกเราก็เข้าใจในสิ่งที่เรียน ส่งงานตรงตามเวลา ถึงจะหลุดหลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไร..อย่าเครียดมากๆ ตีนกามาอีกแล้วปุ้ม : 😤…ตั้งแต่ LFH แม่ลูกต้องอยู่ด้วยกันตลอด ยิ่งทำให้ปุ้มเห็นพฤติกรรมของเด็กๆที่ทำไม่ถูกใจหลายอย่าง…แต่ก็ถือว่าโชคดีที่มีบอลคอยเบรคความเยอะของปุ้มไว้ ไม่งั้นเส้นเลือดในสมองคงระเบิดไปแล้ว บอลทำให้ปุ้มเห็นว่า บางทีเราก็ควรปล่อยวาง..เซฟความรู้สึกและอารมณ์ของตัวเองไว้บ้าง แบกความหงุดหงิดไม่พอใจไว้มากๆContinue reading “‘เมื่อลูกเรียนออนไลน์..แม่ก็ต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง’”

จัดการลูกโมโหด้วยการกอด

#จัดการลูกโมโหด้วยการกอด ลูกโมโหจนคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ ระเบิดอารมณ์แบบสุดๆ ถ้าเกิดเหตุการ์ณแบบนี้ #ยิ่งใช้อารมณ์เรื่องจะยิ่งแย่ ถ้าเราปรี๊ดๆใส่ลูก แข่งกันโมโห แข่งกันหงุดหงิด ตะคอกใส่ลูก มีแต่จะยิ่งแย่ ลูกยิ่งงอแง เราก็ยิ่งหงุดหงิด ใช้อารมณ์คุยกันไม่รู้เรื่อง #ลูกโมโห ลองกอดลูก แล้วใจเย็นๆคุยกัน กอดลูก ให้ลูกใจเย็นขึ้นกอดลูก ให้ลูกรู้ว่าเราอยู่ตรงนี้ ไม่ไปไหนกอดลูก ให้พ่อแม่ใจเย็นลง และเตือนสติตัวเองว่าเรารักลูกมากแค่ไหนกอดลูก แล้วปลอบลูกเบาๆ สงบแล้วค่อยมาคุยกัน ค่อยสอนลูกตอนอารมณ์เย็นลงแล้ว ลองเปลี่ยนวิธีดูนะคะ #การกอดดีเสมอ ลดการใช้อารมณ์ ลดคำพูดเชิงลบ #ลูกหงุดหงิด โมโห จับกอดซะเลยCr. FB BasicskillTH

ลูกก็เป็นเหมือนพ่อแม่นั่นแหละ

ลูกก็เป็นเหมือนพ่อแม่นั่นแหละ แกนหลักของพัฒนาการเด็กทั้งปวง อยู่ที่ #ผู้เลี้ยงดูหลัก หรือ #พ่อแม่ นั่นเอง เด็กจะวนเวียนและเคลื่อนที่อยู่รอบ ‘แกนกลาง’ นี้ตั้งแต่เกิดจนถึงวันที่เขาเริ่มแยกตัวเองออกจากพ่อแม่ในช่วงวัยรุ่นเพื่อสร้าง “อัตลักษณ์” และ “ตัวตน” ของเขาใน “รังดักแด้” ที่ห่อหุ้มตัวตนที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาในวัยเด็ก โดยรังดักแด้นี้จะประกอบไปด้วย ห้องนอน กลุ่มเพื่อน โรงเรียน ไอดอล และความเชื่อที่เขาศรัทธาในช่วงวัยรุ่นนั้น เพาะบ่มจนกระทั่งวันที่เขาเติบโตพอที่จะกระเทาะเปลือกออกมาเป็น “ผีเสื้อ” โบยบินออกไปใช้ชีวิตของเขาเองในที่สุด ดังนั้นวัยที่พ่อแม่ยังเป็นแกนกลางของพัฒนาการอย่างวัยเด็กจึงมีความสำคัญมาก ๆ ๆ ๆ ในการปลูกฝังสิ่งที่ดีหรือไม่ดีในตัวของลูกนั่นเอง จึงไม่ต้องแปลกใจที่ลูกจะวนเวียนรอบตัวพ่อแม่ประหนึ่งเจ้ากรรมนายเวร 555 วิ่งวน ๆ พูดวน ๆ เสียงดังไปมาอยู่รอบตัวพ่อแม่ ยามไม่ได้รับความสนใจจากพ่อแม่เขาก็เรียกร้องความสนใจ ก็แค่นั้นเอง … และสิ่งที่ลูกได้ #มากกว่าคำสอนสั่งคือตัวอย่างที่ลูกได้เห็น ยิ่งกว่ากระจกสะท้อนมาร ก็คือ ลูกนี่แหละ 555 อยากให้ลูกเป็นคนรักการอ่าน ถามตัวเองก่อนว่า พ่อแม่อ่านหนังสือให้ลูกฟังอย่างสม่ำเสมอหรือยัง ตัวเองอ่านหนังสือให้ลูกเห็นหรือยัง … อยากให้ลูกเป็นคนอ่อนโยน แต่ตัดภาพมาคือพ่อแม่คือ เกรี้ยวกราด อาละวาดเหมือนนางยักษ์ถล่มเมืองในหนังจักรContinue reading “ลูกก็เป็นเหมือนพ่อแม่นั่นแหละ”

กล่าวคำชม ให้มากกว่าคำด่า ในแต่ละวัน

กล่าวคำชม ให้มากกว่าคำด่า ในแต่ละวันให้อมยิ้ม มากกว่าไม้เรียว แล้วจะได้เขากลับมา Cr. นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์